พระคัมภีร์เกี่ยวกับการแพร่ธรรม

เขียนโดย Super User

พระคัมภีร์เกี่ยวกับการแพร่ธรรม

พระวรสารนักบุญมัทธิว
มธ 9:35    พระเยซูเจ้าเสด็จไปตามเมืองและตามหมู่บ้าน ทรงสั่งสอนในศาลาธรรม ทรงประกาศข่าวดีเรื่องพระอาณาจักร ทรงรักษาโรคและความเจ็บไข้ทุกชนิด    
มธ 9:37-38    แล้วพระองค์ตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ข้าวที่จะเก็บเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย จงวอนขอเจ้าของนาให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวข้าวของพระองค์เถิด”
มธ 10:1    พระเยซูเจ้าทรงเรียกศิษย์สิบสองคนเข้ามาพบ ประทานอำนาจให้เขาขับไล่ปีศาจ ให้รักษาโรคและความเจ็บไข้ทุกชนิด
มธ 10:5-6    พระเยซูเจ้าทรงส่งอัครสาวกสิบสองคนนี้ออกไป ทรงสั่งเขาว่า “อย่าเดินตามทางของคนต่างชาติ อย่าเข้าไปในเมืองของชาวสะมาเรีย แต่จงไปหาแกะพลัดฝูงของวงศ์วานอิสราเอลก่อน”
มธ 10:7-8    จงไปประกาศว่าอาณาจักรสวรรค์ใกล้เข้ามาแล้ว จงรักษาคนเจ็บไข้ จงปลุกคนตายให้กลับคืนชีพ จงรักษาคนโรคเรื้อนให้สะอาด จงขับไล่ปีศาจให้ออกไป ท่านได้รับมาโดยไม่เสียค่าตอบแทน ก็จงให้เขาโดยไม่รับค่าตอบแทน
มธ 10:12-15    เมื่อท่านเข้าไปในบ้านใดจงให้พรแก่บ้านนั้น ถ้าบ้านนั้นสมควรได้รับพร จงให้สันติสุขของท่านมาสู่บ้านนั้น ถ้าบ้านนั้นไม่สมควรได้รับพร จงให้สันติสุขกลับมาหาท่าน    
มธ 20:28    บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่เพื่อมนุษย์ทั้งหลาย
มธ 24:14    ข่าวดีเรื่องพระอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลก เพื่อเป็นพยานสำหรับนานาชาติ     
มธ 28:19-20    ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธ๊ล้างบาปให้เขาเดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต จงสอนเขาให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกข้อที่เราให้แก่ท่าน แล้วจงรู้เถิดว่าเราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ

พระวรสารนักบุญมาระโก
มก 6:7-8    ทรงเรียกอัครสาวกสิบสองคนเข้ามาพบ และทรงเริ่มส่งเขาเป็นคู่ๆ ประทานอำนาจเหนือปีศาจ ทรงกำชับเขามิให้นำสิ่งใดไปด้วย นอกจากไม้เท้าเท่านั้น
มก 6:12-13    บรรดาอัครสาวกจึงไปเทศน์สอนคนทั้งหลายให้กลับใจ ขับไล่ปีศาจจำนวนมาก เจิมน้ำมันผู้เจ็บป่วยหลายคน และรักษาเขาให้หายจากโรค
มก 13:10    ข่าวดีจะต้องได้รับการประกาศแก่ชนทุกชาติ
มก 16:15    พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทั้งปวง”
มก 16:20    บรรดาศิษย์ก็แยกย้ายกันออกไปเทศนาสั่งสอนทั่วทุกแห่งหน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำงานร่วมกับเขา และทรงรับรองคำสั่งสอนโดยอัศจรรย์ที่ติดตามมา

พระวรสารนักบุญลูกา
ลก 9:1-2    พระเยซูเจ้าทรงเรียกอัครสาวกสิบสองคนเข้ามาพร้อมกัน ประทานอำนาจเหนือปีศาจและพลังรักษาโรค ทรงส่งเขาไปประกาศพระอาณาจักรพระเจ้าและรักษาคนเจ็บป่วย
ลก 9:6        บรรดาอัครสาวกจึงออกไปตามหมู่บ้าน ประกาสข่าวดีและรักษาโรคไปทั่วทุกแห่ง
ลก 10:1-3    องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแต่งตั้งศิษย์อีกเจ็ดสิบสองคน และทรงส่งเขาล่วงหน้าพระองค์เป็นคู่ๆ ไปทุกตำบล ทุกเมืองที่พระองค์จะเสด็จ พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ข้าวที่จะเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย จงวอนขอเจ้าของนาให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวข้าวของพระองค์เถิด จงไปเถิด เราส่งท่านทั้งหลายไปดุจลูกแกะในฝูงสุนัขป่า”
ลก 10:9    จงรักษาผู้เจ็บป่วยในเมืองนั้นและบอกเขาว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้ท่านทั้งหลายแล้ว”
ลก 19:10    บุตรแห่งมนุษย์มาเพื่อแสวงหาและช่วยคนเลวทรามให้รอดพ้น
ลก 24:47    จะต้องประกาศในพระนามพระองค์ให้นานาชาติกลับใจ เพื่อรับอภัยบาป

พระวรสารนักบุญยอห์น
ยน 3:16    พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร
ยน 4:36-38    คนเก็บเกี่ยวกำลังจะรับค่าข้างและรวบรวมผลไว้เพื่อชีวิตนิรันดร เพื่อทั้งคนหว่านและคนเก็บเกี่ยวจะมีความยินดีร่วมกัน ในกรณีนี้ก็เป็นจริงตามคำพูดที่ว่า คนหนึ่งหว่าน อีกคนหนึ่งเก็บเกี่ยว เราส่งท่านทั้งหลายไปเก็บเกี่ยวสิ่งที่ท่านไม่ได้ลงแรงทำงานไว้ คนอื่นลงแรงไว้ แล้วท่านเข้ามาเก็บผลจากแรงงานของพวกเขา
ยน 15:8        พระบิดาของเราจะทรงรับพระสิริรุ่งโรจน์ เมื่อท่านเกิดผลมาก และกลายเป็นศิษย์ของเรา
ยน 15:16    มิใช่ท่านทั้งหลายได้เลือกเรา แต่เราได้เลือกท่าน มอบภารกิจให้ท่านไปทำจนเกิดผล และผลของท่านจะคงอยู่ เพื่อว่าท่านจะขอสิ่งใดจากพระบิดา พระบิดาจะประทานแก่ท่าน
ยน 15:26-27    เมื่อพระผู้ช่วยเหลือซึ่งเราจะส่งมาจากพระบิดาจะเสด็จมา คือพระจิตแห่งความจริง ผู้ทรงเนื่องมาจากพระบิดา พระองค์จะทรงเป็นพยานให้เรา ท่านทั้งหลายก็จะเป็นพยานให้เราด้วย เพราะท่านอยู่กับเรามาตั้งแต่แรกแล้ว
ยน 17:18    พระองค์ทรงส่งข้าพเจ้ามาในโลกฉันใด ข้าพเจ้าก็ส่งเขาเข้าไปในโลกฉันนั้น
ยน 20:21    พระองค์ตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น

หนังสือกิจการอัครสาวก
กจ 1:8    แต่พระจิตเจ้าจะเสด็จลงมาเหนือท่าน และท่านจะรับอานุภาพเพื่อจะเป็นพยานถึงเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรียจนถึงสุดปลายแผ่นดิน
กจ 2:41-42    คนเหล่านนั้นรับถ้อยคำของเปโตรและได้รับศีลล้างบาป วันนั้นผู้มีความเชื่อมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกประมารสามพันคน คนเหล่านั้นประชุมกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อฟังคำสั่งสอนของบรรดาอัครสาวก ดำเนินชีวิตร่วมกันฉันพี่น้อง
กจ 4:20        เราจำเป็นต้องพูดถึงสิ่งที่เราได้เห็นและได้ยินมา
กจ 4:31    เมื่อบรรดาศิษย์อธิษฐานภาวนาจบแล้ว สถานที่ที่เขามาชุมนุมกันนั้นก็สั่นสะเทือน ทุกคนได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม และเริ่มประกาศพรัวาจาของพระเจ้าอย่างกล้าหาญ    
กจ 8:4-8    บรรดาผู้ที่กระจัดกระจายไปเหล่านี้ออกไปยังที่ต่างๆ ประกาศพระวาจาเป็นข่าวดี
กจ 13:47    องค์พระผู้เป็นเจ้ามีพระบัญชาแก่เราดังนี้ว่า “เราแต่งตั้งท่านให้เป็นแสงสว่างส่องนานาชาติ เพื่อท่านจะได้นำความรอดพ้นไปจนสุดปลายแผ่นดิน”
กจ 20:24    ข้าพเจ้าไม่คิดว่าชีวิตของข้าพเจ้ามีค่า สำหรับข้าพเจ้าเท่ากับการที่ข้าพเจ้าได้วิ่งถึงปลายทางและทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าสำเร็จไป คือการเป็นพยานประกาสข่าวดีแห่งพระหรรษทานของพระเจ้า

จดหมายของนักบุญเปาโล
รม 1:16    ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องละอายต่อข่าวดี เพราะนี่คืออานุภาพของพระเจ้าซึ่งนำความรอดพ้นให้แก่ทุกคนที่มีความเชื่อ ให้แก่ชาวยิวก่อน และให้แก่คนต่างชาติด้วยเช่นเดียวกัน
รม 10:13-15    ทุกคนที่เรียกขานพระนามองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็จะรอดพ้น ฉะนั้น ชาวอิสราเอลจะเรียกขานพระองค์ได้อย่างไรถ้าพวกเขาไม่เชื่อ จะเชื่อได้อย่างไรถ้าไม่เคยได้ยิน จะได้ยินได้อย่างไรถ้าไม่มีใครประกาศสอน จะมีผู้ประกาศสอนได้อย่างไรถ้าไม่มีใครส่งไป ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “เท้าของผู้ประกาศข่าวดีช่างงดงามจริงหนอ”
รม 11:13    ข้าพเจ้าขอพูดกับพวกท่านที่เป็นคนต่างชาติว่า ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นธรรมทูตมายังชนต่างชาติ ข้าพเจ้ามีความภาคภูมิใจในศาสนบริกรนี้
รม 15:16    เพื่อให้ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระคริสตเยซูไปยังคนต่างศาสนา โดยทำหน้าที่สมณะในการประกาศข่าวดีของพระเจ้า เพื่อให้คนต่างศาสนาได้เป็นเสมือนเครื่องบูชาที่พอพระทัยซึ่งพระจิตเจ้าทรงบันดาลความศักดิ์สิทธิ์ให้
รม 15:20    ข้าพเจ้าตั้งเป็นกฎไว้ว่าจะประกาศข่าวดีในที่ที่ยังไม่มีผู้รู้จักพระนามพระคริสตเจ้ามาก่อน เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไม่ก่อสร้างบนรากฐานที่คนอื่นวางไว้แล้ว
2 คร 4:5    เพราะเรามิได้ประกาศเรื่องตนเอง แต่ประกาศว่าพระคริสตเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ส่วนเราเป็นเพียงผู้รับใช้ท่านทั้งหลายเพราะความรักต่อพระเยซูเจ้า
2 คร 5:18-19    ทุกสิ่งมาจากพระเจ้า พระองค์ทรงทำให้เราคืนดีกับพระองค์เดชะพระคริสตเจ้า และทรงมบภารกิจการคืนดีนี้ให้เรา กล่าวคือ พระเจ้าทรงทำให้โลกคืนดีกับพระองค์ในองค์พระคริสตเจ้า พระองค์มิได้ทรงเอาผิดกับมนุษย์ แต่ทรงมอบให้เราประกาสสารแห่งการคืนดีนี้
1 ทธ 1:11    คำสอนนี้สอดคล้องกับข่าวดีเกี่ยวกับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า ผู้ทรงเป้นความสุขแท้จริง ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้ประกาศข่าวดีนี้    
ฮบ 13:7-8    จงระลึกถึงผู้นำของท่าน ซึ่งประกาศพระวาจาของพระเจ้าแก่ท่าน จงพิจารณาว่าเขาเหล่านั้นดำเนินชีวิตและตายอย่างไร จงประพฤติตามอย่างความเชื่อของเขา พระเยซูคริสตเจ้าทรงเหมือนเดิมเสมอ ทั้งอดีต ปัจจุบันและตลอดไป

อื่นๆ
ยก 1:27    การปฏิบัติศาสนกิจบริสุทธิ์และไร้มลทินเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าพระบิดา คือการเยี่ยมเด็กกำพร้าและหญิงหม้ายที่มีความทุกข์ร้อน และการรักษาตนให้พ้นมลทินของโลก
1 ปต 2:12    จงมีความประพฤติดีงามในหมู่คนต่างศาสนา แม้เขาจะใส่ร้ายท่านว่าประพฤติชั่วร้าย เขาจะต้องยอมรับว่ากิจการที่ท่านทำนั้นเป็นกิจการดี และจะสรรเสริญพระเจ้าในวันที่พระองค์เสด็จมา
1 ยน 1:1-3    เราประกาศเรื่องราวเกี่ยวกับพระวจนาตถ์แห่งชีวิต ซึ่งเป็นอยู่แล้วตั้งแต่แรกเริ่ม เราได้ฟัง เราได้เห็นด้วยตาของเรา เราได้เฝ้ามอง แฃละเราได้สัมผัสด้วยมือของเรา ชีวิตนั้นได้ปรากฏ เราได้เห็นและได้เป็นพยาน เราประกาศให้ท่านทั้งหลายรู้ถึงชีวิตนิรันดร ซึ่งอยู่กับพระบิดา และปรากฏให้เราเห็น สิ่งที่เราได้เห็นและได้ฟังนี้ เราประกาศให้ท่านทั้งหลายรู้ด้วย
วว 14:6    ข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่ง บินอยู่กลางท้องฟ้า นำข่าวดีนิรันดรมาประกาศแก่ผู้อาศัยบนแผ่นดิน แก่ประชากรทุกชาติ ทุกเผ่า ทุกภาษา และทุกกลุ่ม

พระคัมภีร์จากพันธสัญญาเดิม    
สดด 22:27    ประชาชนทั่วโลกจะจดจำและกลับมาหาพระยาห์เวห์ ประชาชาติทุกตระกูลจะกราบนมัสการพระองค์
สดด 23:4     แม้ข้าพเจ้าจะต้องเดินไปในหุบเขาที่มืดมิด ข้าพเจ้าก็จะไม่กลัวอันตรายใดๆ เพราะพระองค์ ทรงอยู่กับข้าพเจ้า พระคทาและธารพระกรของพระองค์ช่วยให้ข้าพเจ้าอุ่นใจ
สดด 23:6    พระกรุณาและความรักมั่นคงของพระองค์ จะติดตามข้าพเจ้าไปทุกวันตลอดชีวิต ข้าพเจ้าจะพำนักอยู่ในพระเคหาของพระยาห์เวห์ตลอดไปเป็นนิจนิรันดร์        
สดด 67:1-2    ขอพระเจ้าทรงสำแดงพระเมตตาและประทานพระพรแก่เรา ขอพระองค์โปรดให้พระพักตร์ฉายแสงมาเหนือเรา แล้วแผ่นดินจะรู้จักทางของพระองค์ นานาชาติจะได้รู้ว่าพระองค์ทรงช่วยให้รอดพ้น
สดด 96:2-3    จงร้องเพลงถวายพระยาห์เวห์ จงถวายพระพรแด่พระนามพระองค์เถิด จงประกาศทุกวันว่าพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดพ้น จงเล่าถึงพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์แก่นานาชาติ จงประกาศกิจการน่าพิศวงของพระองค์แก่บรรดาประชาชาติ
1 พศด 16:8-9     จงขอบพระคุณพระยาห์เวห์ จงขานพระนามฃพระองค์เถิด จงประกาศพระราชกิจของพระองค์แก่บรรดาประชาชาติ จงขับร้องเพลงถวายพระองค์ จงร้องเพลงสดุดีถวายพระองค์ จงบอกเล่าถึงพระราชกิจน่าพิศวงทั้งหลายของพระองค์
1 พศด 16:23-24 มนุษย์ทั่วแผ่นดิน จงร้องเพลงถวายพระยาห์เวห์เถิด จงประกาศทุกวันว่าพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดพ้น จงบอกเล่าถึงพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์แก่นานาชาติ จงประกาศกิจการน่าพิศวงของพระองค์แก่บรรดาประชาชาติ
อสย 6:8        แล้วข้าพเจ้าได้ยินเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เราจะส่งใครไป ใครจะไปแทนเรา” ข้าพเจ้าทูลตอบว่า “ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ โปรดส่งข้าพเจ้าไปเถิด”
อสย 41:13    เพราะเราคือพระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่าน เราจับมือขวาของท่านไว้ให้มั่นคง บอกท่านว่า “อย่ากลัวเลย เราจะช่วยท่าน”
อสย 52:7    เท้าของผู้นำข่าวดีมาประกาศบนภูเขาช่างงามยิ่ง เขาประกาศสันติภาพ นำข่าวดี ประกาศความรอดพ้น